ผ้าที่นิยมใช้ทำกระเป๋า

ผ้าที่นิยมใช้ทำกระเป๋า

กระเป๋าผ้า หรือ ถุงผ้า ถือได้ว่าเป็นประเภทของพรีเมี่ยมยอดนิยม ไม่ว่าจะเป็นในวิธีของผู้ให้ก็สามารถใช้แจกได้ทุกโอกาส ทุกเพศทุกวัย ส่วนในวิธีของผู้รับก็สามารถนำมาใช้งานได้จริง แต่จะน่าสนใจมากหรือน้อยในความคิดของผู้รับก็อยู่ที่ความสวยงามและลูกเล่นของกระเป๋าผ้าที่ผู้ต้องการจะให้สั่งทำกับร้านรับทำกระเป๋า

เนื้อผ้าที่นิยมใช้ทำกระเป๋าผ้า

1.ผ้าโพลีเอสเตอร์ คือผ้าที่ผลิตจากเส้นใยผ้าโพลีเอสเตอร์ หรือ เส้นใยพลาสติก ถือได้ว่าเป็นผ้าสังเคราะห์ชนิดนึง กระเป๋าที่ผลิตจากผ้าลักษณะนี้จะมีค่อนขัางมีความในการใช้งาน ผ้าชนิดนี้บางรุ่นจะมีหลังผ้าที่มีวัสดุเหมือนยางเหมือนนำยางมาติดที่หลัง ผ้า ทำให้ผ้ามีความทนทานมากขึ้นและยังช่วยกันน้ำอีก ผ้าประเภทส่วนใหญ่นี้จะมีลักษณะผิวแข็งเมื่อนำมาใช้ผลิตกระเป๋ากระเป๋าจะดู มีทรงตามรูปร่าง ไม่อ่อนยวบเหมือนผ้าดิบหรือผ้า cotton ทั่วไป อีกทั้งยังมีสีให้เลือกมากมาย ผ้าโพลีเอสเตอร์จะมีหลายเบอร์ เช่น 600D, 420D, 1200D, 1680D เป็นต้น แต่ก็มีผ้าโพลีเอสเตอร์บางประเภทที่มีความสามารถกันน้ำในตัวและมีความเงาอ่อนนุ่ม เช่น ผ้า 210D ซึ่งนิยมใช้เป็นผ้าซับในกระเป๋า เป็นต้น

2.ผ้าแคนวาส ถือได้ว่าเป็นหนึ่งประเภทของผ้า Cotton มีความนุ่มและผ่านการย้อมสีมาแล้ว มีสีให้เลือกหลายเฉด เช่นเดียวกัน ผ้าแคนวาสมีความหนาให้เลือกหลายขนาด โดยมีหน่วยวัดความหนาเป็นออนซ์ ผ้าแคนวาสถือได้ว่าเป็นผ้าที่มีราคาสูงมากกว่าผ้าทั่วไปๆที่นิยมนำมาใช้ใน การผลิตกระเป๋า จะนิยมนำมาใช้ในการผลิตกระเป๋าที่มีราคาแพงเพราะกระเป๋าที่ผลิตจากผ้าแคนวาส ตัวกระเป๋าจะดูมีความหนาและสีสดทำให้ตัวกระเป๋าดูสวยงามสมราคา

3.ผ้าสปันบอนด์ คือผ้าที่ผลิตจากเส้นใยที่ถูกฉีดออกมาจากหัวฉีดแบบต่อเนื่อง ด้วยการผลิตวิธีนี้ทำให้ผ้าสปันบอนด์ที่มีเนื้อผ้าคล้ายเยื่อกระดาษทิชชู่ แต่มีความทนต่อแรงดึงและแรงฉีกได้ดี ทั้งนี้ผ้าสปันบอนด์จะมีความหนาของผ้าให้เลือกมากหมาย มีหน่วยเป็นแกรม เช่น 50, 75 , 100 แกรม เป็นต้น ยิ่งตัวเลขมีค่ามาผ้าสปันบอนด์จะยิ่งมีความหนา ผ้าสปันบอนด์มีสีให้เลือกมากมายหลายเฉดสี

4.ผ้าดิบฟอกขาว นิยมใช้กันมากเพราะมีราคาไม่แพง อีกทั้งเมื่อนำมาใช้ผลิตกระเป๋าผ้าหรือถุงผ้า จะดูดีและวัสดุประเภทนี้จะค่อนข้างหนา ไม่ขาดง่าย ทั้งนี้จะมีข้อจำกัดเรื่องเฉดสีที่ไม่มีให้เลือกหลากหลาย จะมีสีโทนขาวอมครีม จะต่างจากวัสดุผ้าดิบทั่วไปที่จะมีโทนสีอมเหลืองอมครีม

5.ผ้าดิบบาง ตัวเนื้อผ้าจะมีลักษณะบางสมชื่อเรียก มีสีผ้าโทนสีเดียวคือสีครีม ราคาผ้าดิบบางนี้จะถูกกว่าผ้าดิบฟอกขาว เหมาะที่จะใช้ผลิตกระเป๋าผ้าที่ราคาต่อใบไม่สูง

เรื่องกระเป๋าเรื่องดีเรื่องจริงเรื่องน่ารู้ ที่น้อยคนจะรู้

เรื่องกระเป๋าเรื่องดีเรื่องจริงเรื่องน่ารู้ ที่น้อยคนจะรู้
แหล่งองค์ความรู้เรื่องกระเป๋า สำหรับคนรักกระเป๋าทุกคน มารู้จริงรู้ลึกเรื่องกระเป๋า ไม่ว่าจะเป็น ความรู้เรื่องกระเป๋า การเลือกซื้อกระเป๋า วิธีการทำกระเป๋า การจ้างผลิตกระเป๋า การตรวจสอบกระเป๋าก่อนซื้อ การตรวจรับสินค้ากระเป๋า ขั้นตอนการดูแลรักษากระเป๋า การเลือกวัสดุในการผลิตกระเป๋า การเลือกใช้กระเป๋าให้เหมาะกับตัวเองและการใช้งาน การทำกระเป๋าใช้เอง การเลือกโรงงานผลิตกระเป๋าที่จะสั่งทำกระเป๋า และเรื่องน่ารู้อีกมาก สำหรับเพื่อนที่รักกระเป๋าเป็นชีวิตจิตใจ

เกร็ดความรู้เรื่องกระเป๋าและการเก็บให้ใช้ได้นาน

เกร็ดความรู้เรื่องกระเป๋าและการเก็บให้ใช้ได้นาน

กระเป๋าส่วนใหญ่ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เชื่อได้ว่าหลายคนๆคงมีใช้มากกว่า 1 ใบ ก็แน่นอนหละ ถ้าใช้ใบเดียวใบนาน มันก็คงจะเบื่อจริงมั้ย ก็เลยต้องซื้อกระเป๋าใบใหม่มาอยู่เรื่อยๆ แต่ใบเก่านี่ซิจะทำยังไง นานๆจะหยิบมาใช้สักที เพราะอย่างงี้เราจึงควรรู้วิธีเก็บรักษากระเป๋าให้สภาพใหม่อยู่เสมอ เวลาหยิบมาใช้กระเป๋าที่จะได้สวยเหมือนใหม่อยู่ตลอดเวลา

การเก็บกระเป๋าที่ถูกต้อง ควรเก็บกระเป๋าไว้ในถุงผ้าสำหรับเก็บกระเป๋าโดยเฉพาะ เพราะลมจะสามารถผ่านได้ ไม่อับ และยังช่วยกันฝุ่น

อย่าเก็บกระเป๋าไว้ในถุงพลาสติกเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระเป๋าหนัง เพราะถุงพลาสติกมันจะไม่มีรูระบายอากาศ และยิ่งอากาศร้อนในบ้านเรา มันอับมากและกระเป๋าจะเสียหายด้วยเพราะความร้อนทำให้กระเป๋าหนังกรอบแตก

สิ่งที่ควรระวังอีกเรื่องคือ ถ้าเก็บกระเป๋าไว้ในตู้เสื้อผ้าโดยไม่ใส่ถุง อากาศที่อับและร้อน ตู้เสื้อผ้าที่ทาสีไว้ไม่ดี ความร้อนอับในตู้เสื้อผ้าอาจทำให้สีเคลือบตู้ที่ทาไว้ละลายมาเลอะกระเป๋าโดย เฉพาะหนังแก้วที่เลอะสีง่าย

กระเป๋าที่เก็บไว้ทั้งหลาย ควรนำออกมารับลมบ้าง ให้อากาศสัมผัสหนังบ้าง โดยตั้งไว้ในห้องที่มีอากาศถ่ายเท และอยู่ในร่ม ไม่ต้องตากแดด จะช่วยลดกลิ่นอับในกระเป๋าที่เก็บไว้นานๆได้

การยัดไส้กระเป๋าด้วยกระดาษทั้งหลาย สามารถช่วยรักษารูปทรงกระเป๋าได้ ช่วยให้เราสามารถเก็บกระเป๋าไว้ในลักษณะต่างๆ ทั้งนอน หรือตั้ง ก็ได้

ก่อนนำกระเป๋าที่เก็บไว้นานมาใช้ ใช้สเปรย์หรือครีมรักษาหนัง ป้ายทารักษาไว้ก่อนใช้งาน จะช่วยให้กระเป๋าหนังกลับมาสวยทนทานต่อริ้วรอยในการใช้ยิ่งขึ้น

ความรู้เรื่องกระเป๋าหนังจระเข้ ความจริงในด้านที่คุณไม่เคยรู้

ความรู้เรื่องกระเป๋าหนังจระเข้ ความจริงในด้านที่คุณไม่เคยรู้

เมื่อพูดถึงกระเป๋าถือ ประเภทที่เป็นกระเป๋าหนัง คงไม่มีใครจะค้านว่า “กระเป๋าถือหนังจระเข้” เป็นกระเป๋าที่ใครหลายคนนิยมใช้กันมาก และดูจะเป็นสินค้ามีราคาแพงเพราะวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตกระเป๋าแล้ว นอกจากจะเป็นหนังที่มีความยืดหยุ่นสูงและอ่อนนุ่มแล้ว ยังมีความแข็งแรง และสวยงามในลวดลายหนังที่ดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นลายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าเราจะซื้อกระเป๋าถือหนังจระเข้มาใช้กี่ใบ ก็จะพบว่าลายของกระเป๋าหนังจระเข้ ก็จะไม่มีทางซ้ำกันได้เลย ความนุ่มนวลของหนังจระเข้ช่วยให้งานเย็บผลิตกระเป๋าที่ทำจากหนังจระเข้นั้น ง่ายกว่าหนังทั่วไป นอกจากนี้หนังจระเข้ยังเป็นที่นิยมในการนำมาผลิตสินค้าเครื่องหนังอีกหลาย ประเภทไม่ว่าจะเป็น รองเท้า, เข็มขัด, ผลิตกระเป๋าเดินทาง, กระเป๋าถือ, กระเป๋าสะพาย, กระเป๋าสตางค์ เมื่อไม่นานมานี้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากหนังจระเข้ได้กลายเป็นที่นิยมต้องการของ ตลาดมาก จนถึงขนาดเกิดการขาดแคลนวัตถุดิบ การล่าจระเข้เพื่อลอกหนังมาใช้งาน เริ่มจะทำให้จระเข้บางสายพันธ์ใกล้ที่จะสูญพันธุ์ จนได้มีการจัดประชุมกันในปี พ.ศ. 2523 โดยกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องหนังจระเข้ได้ออกมาตรการอย่างเข้มงวดในการล่า จระเข้ แหล่งอาศัยของจระเข้ส่วนมากจะอยู่ในแถบ ออสเตรเลีย, เอเชีย และ แอฟริกา ออสเตรเลียถือว่าเป็นประเทศผู้ส่งออกหลักของสินค้าหนังจระเข้ มีฟาร์มจระเข้ถึง 18 แห่งใน ควีนส์แลนด์, ภาคเหนือ และ ภาคตะวันตกของออสเตรเลีย โดยแหล่งของหนังจระเข้น้ำเค็มที่ถือว่าดีที่สุดในโลกและเป็นที่นิยมกันมาก ที่สุดก็ได้มาจากประเทศออสเตรเลียนั้นเอง สินค้าจากหนังจระเข้เกรดดีเยี่ยม อย่างเช่น กระเป๋าเดินทาง, กระเป๋าถือ, กระเป๋าสะพาย, กระเป๋าสตางค์, เข็มขัด รองเท้า ฯลฯ ส่วนใหญ่ล้วนผลิตจากหนังจระเข้ที่ได้มาจากประเทศออสเตรเลียทั้งสิ้น หนังจระเข้ที่นำมาใช้ในการทำการค้าปัจจุบันนี้ถูกอนุญาตให้ทำการค้าขายเฉพาะ หนังจระเข้ที่ผลิตจากฟาร์มจากประเทศที่ได้ลงนามในภายใต้สนธิสัญญา CTIES (Convention on International Trade and Endangered Species of World Fauna and Flora Treaty) ในปี พ.ศ. 2336 เท่านั้นเพื่อควบคุมปริมาณจระเข้ในธรรมชาติที่กำลังจะสูญพันธุ์ จะต้องรอเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี ในการเลี้ยงจระเข้เพื่อให้โตเพียงพอมีขนาดรอบลำตัว 40 ซม. ซึ่งถือว่าเป็นขนาดจระเข้ที่โตพอที่จะใช้งานได้ โดยปกติแล้ว หนังจระเข้จะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ ส่วนหลัง และอีกส่วนคือส่วนท้อง หนังอันล้ำค่านี้มีราคาสูงมาก อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์จากหนังจระเข้เป็นที่นิยมใช้ของผู้ที่มีชื่อเสียง และ ผู้ที่มีฐานะ โดยประเทศที่นิยมใช้สินค้าที่ทำมาจากหนังจระเข้กันส่วนใหญ่คือ ญี่ปุ่น จะนิยมนำมาใช้ผลิตรองเท้าและผลิตกระเป๋าถือ ส่วนประเทศอเมริกาก็มักจะเป็น นิยมในงานสั่งทำเฉพาะ เช่น งานผลิตกระเป๋าถือหนังจระเข้ และถือว่าเป็นสินค้าชั้นหรูมีระดับทีเดียว ในยุโรปแหล่งผลิตผลิตภัณฑ์จากหนังจระเข้แหล่งใหญ่อยู่ที่ประเทศอิตาลี โดยที่ รัสเซีย, เยอรมัน และ เสปน จะเป็นผู้นำเข้าสินค้าหลักจากอิตาลี

วิธีการซื้อและใช้กระเป๋าให้เหมาะสม

วิธีการซื้อและใช้กระเป๋าให้เหมาะสม

1. กระเป๋าที่ราคาสูงมักจะคงทนกว่ากระเป๋าราคาถูก ไม่ปริแตก หรือขาดง่าย

2. กระเป๋าที่จะเอาไว้ใช้นานๆ หรือบ่อยๆ ควรเลือกสีโทนกลางๆ อย่าง ดำ น้ำเงินเข้ม น้ำตาลไหม้ จะเข้ากับรองเท้า เข็มขัด และเสื้อผ้าได้ง่าย

3. สาวหน้าอกใหญ่ อย่าเลือกกระเป๋าแบบหนีบใต้วงแขน เพราะจะทำให้หน้าอกแลดูมโหฬารขึ้นไปอีก

4. ถ้าเป็นคนค่อนข้างเตี้ย ไม่ควรสะพายหรือถือกระเป๋าใบใหญ่มาก เพราะจะทำให้ดูม่อต้อไปอีก ส่วนคุณที่รูปร่างสูง ก็ควรใช้กระเป๋าใบใหญ่จะได้สมส่วน

5. อย่าใส่สมบัติบ้าลงไปในกระเป๋าให้มากเกิน เพราะจะทำให้กระเป๋าเสียทรง ที่สำคัญโรคปวดหลังจะถามหาด้วย

6. กระเป๋าผูก ถัก ทอ ที่ทำจากวัสดุต่างๆ ให้ดูว่าฝีเข็มเป็นเส้นตรงหรือเปล่า สะดุดเป็นปมหรือกระโดดข้ามไม่เสมอกันมั้ย ที่สำคัญต้องแน่น ไม่หลวมโพรก ถ้ามีซิป ก็ต้องดูว่าติดแน่นดีกับกระเป๋า ตรงตามตะเข็บ ไม่หย่อน และรูดปิดเปิดได้ง่ายดาย

7. กระเป๋าหนัง การตัดเย็บต้องประณีต ทั้งด้านนอกและด้านใน รูปทรงต้องสวยงามไม่บิดเบึ้ยว ตะเข็บแน่นหนาดี มีซับในบุ

8. แถมท้ายด้วยการดูแลรักษา ถ้าเป็นกระเป๋าผ้า ให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดสำหรับกระเป๋าแบบนี้โดยตรง เพราะจะแห้งง่าย ไม่ทำให้เนื้อผ้าหดตัว หรือทิ้งคราบไว้ให้หมดสวย ส่วนกระเป๋าหนังให้ใช้น้ำยาทำความสะอาด เก็บไว้ในถุงผ้าสักหลาดจะดีที่สุด และวางให้ห่างจากความร้อน เพื่อกันไม่ให้หนังแตกแห้ง

แปลงเศษผ้าเป็นเงิน ผลิตกระเป๋ากรุผ้าไหม

แปลงเศษผ้าเป็นเงิน ผลิตกระเป๋ากรุผ้าไหม

บางทีเศษผ้าผืนเล็กผืนน้อยที่เหลือจากการตัดเย็บที่ไร้ค่า ถ้ารู้จักนำมาใช้ประโยชน์ก็จะเพิ่มมูลค่าได้อย่างทันตาเห็น เช่นเดียวกับ คุณเมตตา นามเสนาะ อดีตนักจัดรายการวิทยุ หลังเจอวิกฤติฟองสบู่แตก เมื่อ 7-8 ปีก่อน จนต้องผันตัวเองมายึดอาชีพทำ “กระเป๋าจากเศษผ้าไหม” จนวันนี้ประสบผลสำเร็จอย่างสูง สร้างรายได้ให้ตัวเองเดือนละหลายหมื่นบาทแล้ว ยังเผื่อแผ่รายได้ไปถึงเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงอีกด้วย แต่กว่าจะลงตัวที่อาชีพนี้ เธอบอกว่าลองผิดลองถูกกับอาชีพอื่นๆ อยู่นาน กระทั่งได้เข้าไปอบรมการทำมาหากินที่ศูนย์ฝึกอาชีพมีนบุรี ในหลักสูตรนำ “วัสดุเหลือใช้มาทำผลิตภัณฑ์” ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงการผลิตกระเป๋าจากเศษผ้าไหม ทั้งในรูปของกระเป๋าสตางค์ใบเล็กจิ๋วน่ารัก หรือกระเป๋าสะพายใบเขื่อง หลากหลายสไตล์ อบรมอยู่ประมาณ 1 เดือน ก็ลองทำดู แรกๆ เพื่อแจกให้กับญาติพี่น้อง ซึ่งส่วนใหญ่บอกว่าสวยดี มีคุณค่า แต่หลังแจกอยู่ครั้งสองครั้ง ก็มีออเดอร์สั่งเข้ามามาก โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญๆ เช่นวันปีใหม่ วันเกิด ทำแทบไม่ทัน จากนั้นก็มารวมตัวเป็นกลุ่มแม่บ้านศุภาลัย 4 เมื่อ 3 ปีก่อน เพื่อร่วมกันผลิตงานฝีมือ อันมี กระเป๋าจากเศษผ้าไหม เป็นหัวหอก ปัจจุบันกลุ่มแม่บ้านศุภาลัย 4 มีสมาชิกกว่า 10 คน นอกจากผลิตกระเป๋าจากเศษผ้าไหม อันเป็นงานฝีมือที่โดดเด่น มีออเดอร์สั่งเข้ามาอย่างต่อเนื่องแล้ว เมตตา ยังบอกว่า ในกลุ่มยังมีชิ้นงานอื่นๆ ที่สวยงามอีกมาก แต่จะเน้นที่การผลิต กระเป๋าเศษผ้าไหมเป็นหลัก ซึ่งวิธีการทำหากเรียนรู้แล้วจะไม่ยาก ขอเพียงแต่มีใจรัก มีความละเอียดอ่อน และมีเศษผ้าไหมเพียงเล็กน้อย ก็สามารถที่จะผลิตใช้เองได้

ที่มา: คมชัดลึก (2006)

วิธีเก็บรักษากระเป๋าให้ดูใหม่อยู่เสมอ

วิธีเก็บรักษากระเป๋าให้ดูใหม่อยู่เสมอ

กระเป๋าสะพายที่เราใช้ ถ้าใช้ใบเดียวไปนานๆ มันก็เบื่อ ซื้ออันใหม่มาอยู่เรื่อย แต่ใบเก่านี่บางทีใช้ครั้ง สองครั้งก็อยากเปลี่ยน เพราะฉะนั้นเราต้องมีวิธีเก็บรักษากระเป๋า ให้ใหม่อยู่เสมอ เวลาหยิบมาใช้ครั้งต่อไป กระเป๋าจะได้ไม่เสียรูปทรง

ควรเก็บกระเป๋าไว้ในถุงผ้า สำหรับเก็บกระเป๋าโดยเฉพาะ เพราะถุงแบบนั้นจะมีข้อดีคือ ลมสามารถผ่านได้พอประมาณ กันฝุ่นได้

อย่า…เก็บกระเป๋าไว้ในถุงพลาสติก โดยเฉพาะกระเป๋าหนัง เพราะมันอับ อากาศร้อนในบ้านเรา เสียหาย เพราะกระเป๋าหนังจะกรอบ

สิ่งที่ควรระวังคือ ถ้าวางกระเป๋าไว้ในตู้เสื้อผ้า โดยไม่ใส่ถุง อากาศที่อับและร้อน ในตู้มันจะสามารถหลอมละลาย สีเคลือบตู้ให้มาคิดบนหนังกระเป๋า โดยเฉพาะหนังแก้วได้ทันที โปรดเก็บใส่ถุงผ้าด่วน
ควรนำกระเป๋ามารับออกซิเจนกันบ้าง ไม่ยากเลย แค่เอากระเป๋าออกมาจากถุงผ้า ให้อากาศสัมผัสหนังบ้าง โดยตั้งไว้ในห้องที่มีอากาศถ่ายเท สิ่งสำคัญคือวางในร่ม ไม่ต้องตากแดด

ถ้าซื้อมาใหม่ๆ ใช้สเปรย์หรือครีมรักษาหนัง ป้ายทารักษาไว้ก่อนใช้งาน จะช่วยให้กระเป๋าหนังของเรา มีคุณภาพแจ่มแจ๋วทนทานต่อริ้วร่อยยิ่งขึ้น

การรักษารูปทรงเป็นอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญ การยัดไส้กระเป๋าด้วยกระดาษ ช่วยรักษารูปทรงได้ เพราะไม่ว่าเราจะเก็บไว้ในลักษณะนอน หรือตั้ง ก็ทำได้สบาย ไม่เป็นปัญหาต่อรูปทรง

การพิมพ์ Silk Screen

การพิมพ์ Silk Screen

หลักการพิมพ์ “ซิลค์สกรีน” มีหลักการง่าย ๆ คือ การปาดหมึกพิมพ์ ผ่านผ้าสกรีน ที่ยึดบนกรอบสี่เหลี่ยมให้ลงไปติดกับวัสดุที่จะพิมพ์ หากต้องการให้หมึกผ่านผ้าสกรีนออกมาเป็นลวดลายใด ๆ ก็ทำให้รูผ้าเปิดหรือปิด ในส่วนที่ต้องการให้หมึกผ่านออกตามลวดลายนั้น ๆ

การพิมพ์ระบบนี้สามารถใช้พิมพ์ลงบนวัตถุ ได้แทบทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นวัสดุแบน กลม เหลี่ยม หรือรูปทรงแปลก ๆ ทั้งหลาย การพิมพ์ระบบนี้ใช้การ ปาดหมึกพิมพ์ผ่านผ้าสกรีนลงไปติดบนวัสดุ ปริมาณของหมึกพิมพ์จึงผ่านลงไปเกาะยึดบนวัสดุที่พิมพ์ได้มากและทึบกว่าการพิมพ์ระบบอื่น ๆ จึงทำให้ภาพพิมพ์แลดูสดสวยและคงทนผ้าซิลค์สกรีน

ผ้าซิลค์สกรีน คือ ผ้าที่ทอขึ้นเป็นพิเศษ ให้มีขนาดของรูผ้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็ก ๆ ขนาดเท่ากันทุกรู รายละเอียดเกี่ยวกับผ้าสกรีน มีดังนี้คือ

  1. ชนิดของเส้นใย มี 3 แบบ คือไนลอน โพลีเอสเตอร์ เส้นใยโลหะ
  2. ลักษณะของเส้นใย มีอยู่ 2 แบบคือ แบบเส้นเดี่ยว(Mono Filament)และ แบบเส้นควบ หรือหลายเส้น (Multi Filament)
  3. ขนาดของเส้นใย หมายถึง ความหนา ของผ้า มีขนาดดังนี้คือ
    • S = Small เป็นผ้าชนิดบาง
    • M = Medium เป็นผ้าชนิดปานกลาง
    • T = Thick เป็นผ้าชนิดหนา
    • HD = Heavy Duty ผ้าหน้าชนิดที่ต้อง การให้มีความทนทานสูง
  4. ขนาดของรูผ้าหรือความห่างระหว่างเส้นใย บอกขนาดเป็นนัมเบอร์ เช่น ผ้าซิลค์เบอร์ 77, 80,90, 100, 120, 150, 200 ตัวเลขนัมเบอร์ นี้มาจาก จำนวนเส้นด้าย/ซ.ม. หรือ นิ้ว ซึ่งส่วน ใหญ่ที่ใช้กัน จะเป็นระบบเมตริก(ซ.ม.) เบอร์ของผ้าซิลค์ยิ่งสูงขึ้น ขนาดของรูผ้าก็จะเล็กลง ซึ่งผ้าซิลค์มีอยู่หลายสิบเบอร์ให้เลือกตามความเหมาะสมของแบบที่จะพิมพ์ และวัสดุที่ใช้พิมพ์ซึ่งมี การดูดซึมของหมึกที่แตกต่างกัน การเลือกใช้เบอร์ ผ้าสกรีนให้ถูกต้องเหมาะสมกับงานที่จะพิมพ์ คือ
    • การพิมพ์ผ้าใช้ประมาณ เบอร์ 18 – 70 เป็นผ้า Screen ที่มีขนาดรูของผ้าใหญ่ เพื่อให้หมึกลงได้มาก ส่วนใหญ่ในแบบหรือภาพที่มีเส้นใหญ่มีการดูดซึมของหมึกมาก
    • การพิมพ์กระดาษ, ไม้, โปสเตอร์ ใช้ผ้าประมาณ เบอร์ 90 – 120 รูของผ้าปานกลาง ใช้ในการพิมพ์ งานระดับธรรมดาจนถึงลายเส้นเล็ก
    • การพิมพ์สติกเกอร์ ป้ายฉลาก, ภาชนะพลาสติก ใช้ผ้าเบอร์ 130 – 200 เป็นผ้าที่มีขนาดรูผ้าละเอียดมาก ใช้ในการ พิมพ์งานลายเส้นเล็กและคมมาก ๆ
    • ผ้าสกรีนที่บอกรายละเอียดว่า T90 NYMO หมายถึง ผ้าเบอร์ 90 แบบหนา (T = Thick) เป็นผ้าชนิดไนลอน (NY = Nylon) ทอแบบเส้นเดี่ยว (MO = Mono) ผ้าสกรีน เบอร์ 150 S POMO จึงหมายถึง ผ้าเบอร์ 150 โพลีเอสเตอร์แบบบาง และทอแบบเส้นเดี่ยว

วิธีการทำแม่พิมพ์ซิลค์สกรีน

การทำแม่พิมพ์ สามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งจะต้องพิจารณาเลือกวิธีที่เหมาะสมกับงานต้นฉบับปริมาณ คุณภาพ และงบประมาณ

1. วิธีตัดกระดาษ ใช้กระดาษหรือวัสดุอื่นที่มีลักษณะเป็น แผ่นแบน และ บางเช่นเดียวกับกระดาษ ตัด หรือเจาะรูกระดาษให้เป็นช่อง หรือลวดลาย ตามที่ต้องการ แล้วนำไปติดลงบนผ้าสกรีนด้านที่จะกดลงทับกระดาษพิมพ์ วิธีการติด อาจใช้การปาดสี พิมพ์ติด การติดกาว หรือใช้เทปกาวก็ได้ เท่านี้ก็จะได้แม่พิมพ์ที่พร้อมที่จะใช้พิมพ์ วิธีนี้เหมาะกับงานพิมพ์ที่ไม่ต้องการความละเอียด และต้นฉบับเป็นลายเส้นขนาดใหญ่ เช่น ตัวเลข พิมพ์เบอร์เสื้อกีฬา

2. วิธีใช้สี, แลคเกอร์,กาว ใช้สี, แลคเกอร์ หรือกาวทาบนผ้าสกรีนมีเทคนิคการทำง่าย ๆ คือ ใช้กาวแลคเกอร์ หรือสีทาระบายลงบนผ้าสกรีนที่ขึงไว้บนกรอบแล้ว โดยทาตามแบบหรือลวดลายที่ได้เตรียมไว้ให้บางส่วนทึบบางส่วนทะลุเป็นช่องตาม ลวดลาย เพื่อให้สีผ่านได้ในขั้นตอนการพิมพ์ วิธีนี้อาจไม่ทากาว หรือสีโดยตรงแต่ใช้วิธีตัดกระดาษให้เป็นลวดลายตามต้องการแล้ววางกระดาษติดบน กรอบสกรีนด้านใน แล้วใช้สีหรือกาวปาดทับลง แล้วจึงเอากระดาษออกแม่พิมพ์จะมีรอยทะลุตรงส่วนที่มีกระดาษวางอยู่ก่อนวิธีนี้ไม่ดีนัก ได้ลวดลายหยาบ ๆเท่านั้น

3 วิธีใช้ฟิล์มเขียว ฟิล์มเขียวมีลักษณะเป็นเยื่อบางๆของโพลีไวนิล (Polyvinyl Acitate) เคลือบอยู่บนแผ่นพลาสติคใสสามารถลอกให้หลุดออกจากกันได้ วิธีทำคือ ตัดแผ่นฟิล์ม ให้มีขนาดโตกว่าต้นแบบพอสมควรแล้ววางฟิล์มทับลงกับต้นแบบ โดยหงายด้านที่เป็นฟิล์มขึ้น จากนั้นใช้คัตเตอร์ปลายแหลม หรือเข็มหรือคัทเตอร์ ชนิดที่ทำขึ้นมาสำหรับการใช้กับงานนี้โดยเฉพาะ กรีดลงบนฟิล์ม ตามลวดลายของต้นฉบับโดยจะต้องกรีดเพียงเบาๆ พอให้ฟิล์มที่เคลือบอยู่บนแผ่นพลาสติคขาดเท่านั้น หลังจากกรีดจนเสร็จทุกส่วนแล้ว นำแผ่นฟิล์มไปติดกับกรอบผ้าสกรีนวิธีติดทำได้โดยวางแผ่นฟิล์มลงบนกระจกเรียบ หงายด้านฟิล์มขึ้น แล้ววางกรอบผ้าสกรีน กดทับลงไปให้แน่นจากนั้นใช้สำลีชุบทินเนอร์ให้ชุ่มพอควร ลูบฟิล์มผ่านผ้าสกรีนให้ทั่ว ทินเนอร์จะต้องใช้พอให้ชื้น อย่าให้เปียกโชกเพราะจะทำให้ฟิล์มละลาย แต่ถ้าทินเนอร์น้อยไปฟิล์มก็จะไม่ติดผ้า การสังเกตว่าฟิล์มติดหรือไม่ให้ดูสีฟิล์มจะเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น แสดงว่า ฟิล์มได้รับทินเนอร์เพียงพอแล้ว ปล่อยไว้ประมาณ 2 – 4 นาที เพื่อให้ฟิล์มแห้งสนิท สังเกตได้จากสีที่จางลงเท่ากับสีก่อนที่จะเปียกทินเนอร์ จากนั้นค่อยๆ ลอกแผ่นพลาสติคที่รองด้านหลังออก หากมีส่วนใดของฟิล์มหลุดออก ก็ให้กดลงแล้วชุบทินเนอร์ซ้ำอีกครั้งหนึ่งด้วยแม่แบบที่ทำด้วยฟิล์มเขียวมีคุณภาพดีพอสมควร แต่ลวดลายที่จะทำแม่พิมพ์วิธีนี้จะได้เพียงหยาบๆเท่านั้น เพราะจะต้องใช้ฝีมือหรือความสามารถในการกรีดฟิล์มด้วยมือ เช่น ตัวอักษร หรือตัวเลขขนาดใหญ่ สีที่ใช้พิมพ์ จะใช้ได้เฉพาะสีเชื้อน้ำเท่านั้น ถ้าใช้สีเชื้อน้ำมันจะทำให้แผ่นฟิล์มละลาย การล้างแม่แบบล้างโดยใช้ทินเนอร์เช็ด

4 วิธีใช้ฟิล์มน้ำ ฟิล์มน้ำหรือฟิล์ม Autocut มีลักษณะคล้าย กับฟิล์มเขียว แต่โปร่งใส เนื้อฟิล์ม และแผ่นรองรับ ไม่หดหรือขยายตัวง่ายๆ ถูกน้ำจะละลาย ดังนั้นจึงติดกับกรอบผ้ากรีน ด้วยการใช้น้ำเป็นตัวทำให้ติด วิธีทำแม่พิมพ์ มีวิธีการเช่นเดียวกับวิธีใช้ฟิล์มเขียว เพียงแต่เปลี่ยน จากทินเนอร์เป็นน้ำเท่านั้น

วิธีพิมพ์ฟิล์มน้ำ ใช้พิมพ์ได้กับหมึกพิมพ์เชื้อน้ำมัน และหมึกพิมพ์เชื้อพลาสติก เท่านั้น สีพิมพ์ผ้าจะใช้ไม่ได้ ในกรณีที่ต้องการพิมพ์ด้วยหมึกเชื้อน้ำไห้ใช้วิธีฟิล์มเขียว การล้างเมื่อต้องการเปลี่ยนแบบใหม่ให้ล้างฟิล์มน้ำออกจากผ้าสกรีนโดยใช้น้ำ หรือ น้ำอุ่น เหมาะสำหรับงานที่มีลายเส้นใหญ่ หรืองานที่คัดลอกด้วยมือได้ เหมาะสำหรับกรอบสกรีนที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งการทำแม่พิมพ์แบบวิธีอื่นไม่สามารถทำงานได้สะดวก ในกรณีลายเส้นเล็ก ต้องใช้วิธีกาวอัด หรือฟิล์มถ่าย

5 การทำแม่พิมพ์ด้วยวิธีฟิล์มม่วง ฟิล์มม่วงเป็นฟิล์มที่มีความไวแสง ใช้ทำแม่พิมพ์ Silk screen ร่วมกับกาวอัดให้รายละเอียด และพิมพ์ได้คมชัดกว่าการใช้กาวอัดเพียงอย่างเดียว เหมาะสำหรับ
การพิมพ์ หมึกพิมพ์เชื้อน้ำมัน มีวิธีการทำดังนี้คือ

  1. ตัดฟิล์มม่วง ให้มีขนาดใหญ่กว่าแบบที่จะถ่ายพอประมาณ แล้วนำไปวางบนกระจกเรียบหงายด้านฟิล์มขึ้น (ด้านผิวด้าน)
  2. วางกรอบผ้าสกรีนทับแผ่นฟิล์ม จากนั้นใช้กาวอัดที่ผสมน้ำยาไวแสงแล้ว ปาดผ่านผ้าสกรีนลง ไปรีดทับกับฟิล์ม
  3. นำไปทำให้แห้งในที่มืด เมื่อแห้งแล้วให้ลอกพลาสติคด้านหลังฟิล์มออก
  4. นำกรอบผ้าสกรีน ที่เคลือบกาวอัดติดฟิล์ม และแห้งแล้วนั้น ไปถ่ายแสง เช่นเดียวกับวิธีกาวอัด แต่จะต้องเพิ่มแสงขึ้น ประมาณ 30 – 40 % ของการถ่ายเฉพาะกาวอัด

6 การทำแม่พิมพ์ด้วยกาวอัด เป็นวิธีที่นิยมใช้มากที่สุดในปัจจุบัน เพราะเป็นแม่พิมพ์ที่พิมพ์งานได้คุณภาพดี ทั้งลวดลายหยาบและละเอียดทำได้ง่าย พิมพ์ได้ทั้งสีเชื้อน้ำและสีเชื้อน้ำมัน
กาวอัด เป็นสารเคมีที่เมื่อผสมด้วยน้ำยาไวแสง แล้วนำไปปาดบนกรอบสกรีนที่ขึงผ้า นำไปเป่าให้แห้ง เมื่อแห้งแล้ว ส่วนใดที่ถูกแสงจะทำปฏิกิริยากับแสงจับตัวแข็ง และส่วนที่ไม่ถูกแสงจะอ่อนตัว เมื่อนำไปล้างในน้ำจะละลายตัวออก กาวอัดมีใช้กันอยู่ 3 แบบคือ กาวอัดสีฟ้าและกาวอัดสีชมพู และกาวอัดสีม่วง

การใช้งาน ใช้กาวอัดสีชมพู 5 ส่วน ผสมกับน้ำยาไวแสง 1 ส่วนโดยน้ำหนัก ส่วนกาวอัดสีฟ้าและสีม่วงให้ใช้กาวอัด 10 ส่วน ต่อน้ำยาไวแสง 1 ส่วน ควรผสมแต่พอใช้ ที่เหลือใช้ให้เก็บไว้ในที่มืดและเย็น

การทำแม่พิมพ์วิธีกาวอัด มีวิธีการและขั้นตอน ดังนี้

  1. ผสมกาวอัด กับน้ำยาไวแสงตามสัดส่วนของกาวอัดแต่ละชนิด คนให้เข้ากันอย่างดี วางทิ้งไว้สักครู่เพื่อให้ฟองอากาศหมดไป
  2. เทกาวอัดที่ผสมแล้ว ลงบนกรอบสกรีนพอประมาณ ใช้ยาวปาด หรืออาจใช้ไม้บรรทัดปาดกาวอัดให้เคลือบผ้าสกรีนให้เรียบทั้งสองหน้า
  3. นำกรอบสกรีนที่ปาดกาวอัดแล้ว เข้าห้องมืด ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องมืดสนิทก็ใช้ได้ เป่าด้วย เครื่องเป่าลมอุ่น ให้แห้ง
  4. เมื่อแบบแห้งสนิทแล้ว นำแบบนั้นไปถ่ายอาจถ่ายด้วยแสงแดด ในเวลาที่แดดจัด จะใช้ 30 วินาที ถึง 1 นาทีเท่านั้น
  5. นำไปล้างน้ำสะอาดประมาณ 3 – 5 นาที ฉีดน้ำเป็นฝอยล้างบริเวณที่ถ่ายแบบ กาวอัดส่วนที่ถูกแสงจะติดล้างไม่ออก กาวอัดส่วนที่ไม่ถูก แสงเนื่องจากต้นแบบส่วนที่เป็นสีดำบังเอาไว้ จะถูกน้ำล้างออก
  6. นำไปเป่าให้แห้ง เตรียมการพิมพ์ต่อไป

การทำแม่พิมพ์วิธีใช้กาวอัด สามารถทำแม่พิมพ์ที่มีลวดลายได้ ละเอียดพอสมควร ใช้พิมพ์ได้ทั้งหมึกเชื้อน้ำและหมึกเชื้อน้ำมัน แต่การพิมพ์ด้วยหมึกเชื้อน้ำ แม่พิมพ์จะชำรุดเร็วขึ้น ซึ่งแก้ไขได้ โดยเคลือบแม่พิมพ์สกรีนด้วยน้ำยา แพ็ทลี่ (PATLY) เสียก่อน และควรใช้กาวอัดเป็นตัวอุดรูรั่วก่อนเคลือบ

วิธีการพิมพ์ซิลค์สกรีน

มีวิธีการพิมพ์ได้ทั้งแบบการพิมพ์ด้วยมือ และ การพิมพ์ด้วยเครื่อง โดยทั่วไปนิยมการพิมพ์ด้วยมือ สำหรับการพิมพ์ในปริมาณไม่มากนัก การพิมพ์ด้วยเครื่อง สามารถพิมพ์สอดสีได้ประณีต สวยงามยิ่ง เพราะน้ำหนักของการปาดหมึกพิมพ์ สามารถปรับตั้ง และควบคุมได้ตลอดการพิมพ์ ซึ่งการพิมพ์ด้วยมือทำได้ยาก เทคนิคของการพิมพ์จะต้องอาศัยการฝึกทักษะปฏิบัติการพิมพ์จริงจึงจะสามารถพิมพ์ได้ดี การพิมพ์โดยทั่วไป นิยมนำกรอบสกรีนที่ถ่ายแบบเสร็จแล้วไปติดกับโต๊ะพิมพ์ให้สามารถเปิดขึ้นลง ได้ ทำฉากที่โต๊ะพิมพ์เพื่อใส่ชิ้นงานให้ได้ตรงตำแหน่งเดิมที่ต้องการ ฉีดสเปรย์กาวเหนียวที่โต๊ะพิมพ์ ใส่หมึกพิมพ์ใส่ชิ้นงานแล้วเริ่มพิมพ์ เทคนิคในการพิมพ์โดยละเอียด ต้องอาศัยการฝึกฝนจึงจะทำได้ดีอาจสอบถามจากผู้รู้ เพราะการพิมพ์ผ้า กระดาษ นามบัตรตัวนูน สติกเกอร์วงจรไฟฟ้า รูปลอก กำมะหยี่ ฯลฯ ซึ่งต่างก็มีเทคนิคที่แตกต่างกันไป

หมึกพิมพ์ซิลค์สกรีน

หมึกพิมพ์ ในระบบการพิมพ์แบบซิลค์สกรีนแตกต่างจากหมึกพิมพ์ในระบบการพิมพ์ชนิดอื่นๆ เพราะ ต้องการความข้น และความละเอียดของเนื้อหมึกสูง เพื่อผลทางการพิมพ์ที่คมชัด และคงทนถาวร ซึ่งแบ่ง ออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ คือ

  1. หมึกพิมพ์เชื้อน้ำ คือหมึกที่ผสมและล้างด้วยน้ำเหมาะสำหรับใช้พิมพ์ผ้าทุกชนิด
  2. หมึกพิมพ์เชื้อน้ำมัน คือ หมึกที่ผสมและล้าง ด้วยน้ำมัน มีทั้งชนิดแห้งเร็วและแห้งช้า เหมาะสำหรับใช้พิมพ์กระดาษ ไม้ เหล็ก แก้ว ผ้า
  3. หมึกพิมพ์เชื้อพลาสติก คือ หมึกที่ใช้น้ำมัน ผสมหรือล้างสำหรับสีพลาสติกโดยเฉพาะ เป็นสีแห้งเร็ว เหมาะสำหรับใช้พิมพ์พลาสติกทุกชนิด ซึ่งหมึกพิมพ์เชื้อพลาสติกนี้ ยังแบ่งแยกออกไปอีกหลายชนิด ตามชนิดของพลาสติกที่จะพิมพ์ เนื่องจากพลาสติกมีหลายชนิด ในการเลือกใช้หมึกพิมพ์ให้ถูกต้อง กับวัสดุที่จะพิมพ์นั้น จำเป็นต้องคำนึงถึงประเภทชนิด สี การดูดซึม ลักษณะการนำไปใช้งานของวัสดุนั้นๆ ให้เข้าใจเสียก่อนจึงจะเลือกใช้หมึกพิมพ์ได้ถูกต้อง

ขอบคุณที่มาเรื่องกระเป๋า: thawatchai.com

วิวัฒนการและระบบการพิมพ์บนผ้า

วิวัฒนการและระบบการพิมพ์บนผ้า

การพิมพ์สกรีนเป็นหนึ่งในระบบการพิมพ์ที่ได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีการพิมพ์มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นในด้านอุปกรณ์แม่พิมพ์สกรีน เช่น ผ้าสกรีน ยางปาด กาวอัด ฟิล์มทำแม่พิมพ์สกรีน เครื่องพิมพ์สกรีน หมึกพิมพ์ ฯลฯ และเทคนิคการพิมพ์ ซึ่งได้แก่ การพิมพ์ตรงบนชิ้นงาน การพิมพ์รูปลอก รวมทั้งการพิมพ์บนวัสดุที่มีความหลากหลายทั้งด้านรูปทรง และประเภทของวัสดุ และหนึ่งในวัสดุที่มีการพัฒนามากที่สุดคือ การพิมพ์สกรีนลวดลายต่างๆลงบนผ้า

หากต้องการทราบถึงความเป็นมาของการพิมพ์ลวดลายต่างๆ บนผ้า คงต้องย้อนกลับไปประมาณ 2,000 ปีก่อนในประเทศจีนที่ได้มีการค้นพบลายพิมพ์บนผ้า ซึ่งเชื่อกันว่าได้ถูกพิมพ์จากแม่พิมพ์ที่ทำมาจากเส้นผมของมนุษย์ ต่อมา ประมาณ ปี ค.ศ. 1850 ในวงการอุตสาหกรรมพิมพ์ผ้าได้มีการใช้เทคนิคการพิมพ์ผ้าที่ทันสมัยครั้งแรก ในประเทศอังกฤษและฝรั่งเศส แต่การพิมพ์ที่ทันสมัยได้รับการพัฒนาในเชิงพาณิชย์เริ่มต้นขึ้นในประเทศอเมริกาเมื่อประมาณปี  ค.ศ. 1911 โดยกลุ่มผู้ผลิตป้ายที่เล็งเห็นความต้องการของป้ายโฆษณาจำนวนมากสำหรับติด ตั้งกับรถโดยสารประจำทาง พวกเขาได้ใช้ผ้าไหมธรรมชาติที่ทอเป็นผืนมาทำเป็นแม่พิมพ์ แทนแม่พิมพ์ที่เคยทำมาจากกระดาษและตัดขึ้นรูป

นอกจากนี้ยังได้ใช้ยางปาดแทนแปรงทาสีอีกด้วย และหลังจากที่ขั้นตอนการพิมพ์ที่ทันสมัยในยุคนั้นสามารถสร้างมูลค่าในธุรกิจ การพิมพ์ได้เป็นอย่างดี พวกเขาจึงได้ขยายธุรกิจออกไปในรูปแบบของแฟรนไชส์

การพัฒนาการทำแม่พิมพ์ที่ถือว่าเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญเกิดขึ้นในช่วง ต้นทศวรรษ 1940 เมื่อนักเคมีชาวอังกฤษได้คิดค้นฟิล์มทำแม่พิมพ์ที่สามารถถ่ายอัดลวดลายได้ ด้วยการถ่ายภาพลงบนฟิล์มชนิดนี้แล้วนำไปติดบนแม่พิมพ์

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พัฒนาการของสิ่งพิมพ์และการพิมพ์ได้ชะลอตัวลงเนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบในการ แม่พิมพ์ แต่ต่อมาในช่วงก่อนปี ค.ศ. 1960 ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดสิ่งพิมพ์ที่เน้นความเร็วและความ แม่นยำในการพิมพ์ลวดลายความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ และจำนวนผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น นำไปสู่พัฒนาการการพิมพ์ที่เร็วขึ้นและแม่นยำด้วยต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำลงเรื่อยๆ นอกจากนี้ การพิมพ์สกรีนยังคงมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเสมอ เช่น การพิมพ์บนแผงวงจรไฟฟ้า ทดแทนการใช้สายไฟติดลงบนแผ่นวงจรไฟฟ้า เป็นต้น

ในขณะที่ปริมาณของวัสดุที่ใช้พิมพ์มากขึ้น จึงได้มีการคิดค้นและพัฒนาเครื่องจักรเข้ามาช่วยในการพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็น กล่องบรรจุภัณฑ์ กระดาษ วัสดุแผ่นเรียบอื่นๆ รวมทั้งการพิมพ์ผ้าก็เช่นกัน เครื่องจักรได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการพิมพ์มากขึ้น ด้านวัสดุที่ใช้ในการผลิตแม่พิมพ์สกรีน เช่น ผ้าสกรีน ก็ได้มีการคิดค้นวัสดุสังเคราะห์เข้ามาแทนที่ผ้าไหม ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ทำให้ได้ผ้าสกรีนที่แข็งแรง และมีความละเอียดดีขึ้น ซึ่งช่วยให้การพิมพ์บนผ้าสามารถเก็บรายละเอียดของลวดลายมากขึ้น และการพิมพ์สอดสีก็ทำได้แม่นยำขึ้น

การพิมพ์สกรีนเป็นอุตสาหกรรมที่สามารถคิดค้นเทคนิคการพิมพ์ที่หลากหลาย เมื่อเปรียบเทียบกับการพิมพ์ด้วยวิธีอื่นๆ และมีต้นทุนที่ต่ำกว่า จึงเป็นสาเหตุให้การพิมพ์ผ้ามีความกว้างขวางขึ้น และเป็นที่นิยมในปัจจุบัน จากผ้าสีเรียบ ได้ถูกนำมาพิมพ์ลวดลายลงไป ทำให้ผ้าที่พิมพ์มีมูลค่ามากขึ้นจากโต๊ะเทียนที่เรียงกันเป็นแนวยาว ใช้คนพิมพ์จำนวนมาก จนมาเป็นเครื่องพิมพ์แบบหมุนโดยใช้คนประจำแท่นแต่ละแท่นในการพิมพ์ แต่เครื่องพิมพ์ชนิดนี้ก็ยังมีข้อเสียอยู่ที่ว่า จำนวนสีจะถูกจำกัด 4-6 สี แต่ก็ยังเป็นที่นิยมเพราะการพิมพ์เสื้อยืดสมัยก่อนไม่จำเป็นต้องใช้สีหลายสี การออกแบบส่วนใหญ่ยังใช้จำนวนสีที่จะพิมพ์ไม่มาก และเครื่องพิมพ์เสื้อยืดนี้ก็เป็นการลงทุนที่ไม่มากนัก หลังจากนั้นเมื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่เอื้ออำนวย รวมทั้งวิศวกรรมที่เกี่ยวกับเครื่องจักรกล และอิเล็กทรอนิกส์ได้ก้าวหน้าไปมาก ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์สกรีนจึงได้นำเทคโนโลยีเหล่านี้มาพัฒนาเครื่องพิมพ์ให้ สะดวกกับการใช้งานมากขึ้น จึงถือกำเนิดเครื่องพิมพ์เสื้อยืดกึ่งอัตโนมัติขึ้น ซึ่งมุ่งเน้นให้มีความสามารถในการพิมพ์จำนวนสีมากขึ้น อีกทั้งยังแม่นยำมากขึ้นด้วย โดยใช้คนงานเพียง 2 คนในการควบคุมเครื่อง คนงานสามารถป้อนระบบการทำงานอัตโนมัติได้ และเพียงคอยป้อนเสื้อยืดเข้าและออกเท่านั้นเมื่อเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มี บทบาทมากขึ้น ทางด้านผู้ผลิตจึงได้นำเครื่องคอมพิวเตอร์มาประยุกต์เข้ากับเครื่องพิมพ์ เพื่อให้เครื่องพิมพ์มีความสามารถในการพิมพ์ที่หลากหลายและ แม่นยำมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน เครื่องพิมพ์กึ่งอัตโนมัตินี้สามารถอำนวยความสะดวกและเพิ่มผลผลิตได้มากกว่าแรงงานคนเป็นทวีคูณ ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์สอดสีที่เน้นความแม่นยำ ซึ่งความแม่นยำของเครื่องอยู่ในเกณฑ์ 0.01 มิลลิเมตร หรือ 10 ไมครอนเท่านั้น ซึ่งการพิมพ์ด้วยมือไม่สามารถพิมพ์ได้แม่นยำและสม่ำเสมอได้ในระดับนี้ นอกจากนี้ เครื่องพิมพ์กึ่งอัตโนมัตินี้จะช่วยลดความสูญเสียอันเนื่องมาจากการพิมพ์ที่คลาดเคลื่อนในระบบแรงงานคนด้วย ระบบของเครื่องนี้สามารถตั้งโปรแกรมความเร็ว และแรงกดในการปาดของยางปาดได้ เพื่อให้เหมาะกับงานพิมพ์หลายประเภท และหัวพิมพ์แต่ละหัวจะทำงานอิสระขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของโปรแกรมในหัวพิมพ์ นั้นๆ การตั้งค่า off-contact หรือระยะห่างระหว่างแม่พิมพ์สกรีนกับชิ้นงาน ก็สามารถตั้งได้เพียงกดปุ่มบนจอ touchscreen เท่านั้น
และในกรณีที่เกิดการคลาดเคลื่อนของตำแหน่งพิมพ์สอดสี เครื่องก็จะปรับแต่งแก้ไขตำแหน่งแค่เพียงปลายนิ้วสัมผัสซึ่งต่างจากแรงงานคน ที่จำเป็นต้องแก้ไขโดยการทำแม่พิมพ์สกรีนใหม่

สำหรับผู้ที่มีความสนใจจะลงทุนกับเครื่องพิมพ์เสื้อยืดกึ่งอัตโนมัติ สามารถสั่งสินค้าจากผู้ผลิต หรือผู้แทนจำหน่ายได้ โดยผู้ซื้อสามารถระบุให้เครื่องมีฟังก์ชั่นต่างๆได้ตามความต้องการ อีกทั้งเครื่องยังมีความสามารถในการพิมพ์อื่นๆ เช่น ขากางเกง ผ้าเช็ดหน้า เสื้อผ้าเด็ก อีกทั้งผู้ซื้อยังสามารถระบุจำนวนสีที่จะพิมพ์ ซึ่งปัจจุบันนี้ทางผู้ผลิตเครื่องเองสามารถผลิตเครื่องที่มีจำนวนมากถึง 20 สี

ปัจจุบันนี้มีหมึกพลาสติซอล (Plastisol) ซึ่งเป็นหมึกที่ไม่แห้งเร็วจนตันแม่พิมพ์ ทำให้เครื่องพิมพ์อัตโนมัตินี้สามารถนำมาใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะพิมพ์หนาหรือบางแค่ไหน เครื่องพิมพ์ก็สามารถพิมพ์ได้ หรือจะให้ยางปาดๆช้าหรือเร็วก็ได้ เพื่อให้เสื้อยืดหรือชิ้นงานมีลูกเล่นที่โดดเด่นแปลกตา และสามารถขายในราคาสูงกว่าปกติ

ขอบคุณที่มาเรื่องกระเป๋า: สมาคมกการพิมพ์สกรีนไทย